Skip to Content
ฉบับร่างจากวิดีโออบรม โปรดทดสอบบนระบบก่อนใช้งานจริง
บัญชี (Accounting)รายงานภาษี (Thai Tax): ภาษีขาย ภาษีซื้อ ภ.ง.ด.3 ภ.ง.ด.53

รายงานภาษี (Thai Tax): ภาษีขาย ภาษีซื้อ ภ.ง.ด.3 ภ.ง.ด.53

เป้าหมาย

เปิดรายงานภาษีของโมดูล Thai Tax ได้แก่ รายงานภาษีขาย รายงานภาษีซื้อ และรายงานภาษีหัก ณ ที่จ่าย PND3 (ภ.ง.ด.3) และ PND53 (ภ.ง.ด.53) ตามเดือนภาษี เพื่อตรวจข้อมูลก่อนจัดทำแบบยื่นภาษี

ก่อนเริ่ม

  • เปิดด้วยสิทธิ์ที่ดูรายงานบัญชีได้
  • ข้อมูลในรายงานภาษีมาจากเอกสารที่ Submit แล้ว โดยเฉพาะ Tax Invoice Number และ Tax Invoice Date ที่กรอกใน Sales Invoice, Purchase Invoice และ Payment Entry ถ้าเอกสารไม่มีข้อมูลนี้ ให้ตรวจเอกสารต้นทางก่อน
  • รายงานมีข้อมูลลูกค้าและผู้จัดจำหน่ายจริง ภาพในหน้านี้แสดงเฉพาะตัวกรอง

เลือกรายงานให้ตรงกับงาน

งานรายงานตัวกรองหลัก
ตรวจภาษีขายประจำเดือนSales Tax ReportFilter Based On, Year, Month, Start Date, End Date, Tax Percent, Company Address
ตรวจภาษีซื้อประจำเดือนPurchase Tax ReportFilter Based On, Year, Month, Start Date, End Date, Company Address
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายจ่ายให้บุคคลธรรมดาPND3Year, Month, Company Address
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายจ่ายให้นิติบุคคลPND53Year, Month, Company Address

ขั้นตอน

ขั้นที่ 1: Sales Tax Report (รายงานภาษีขาย)

ภาพขั้นที่ 1: ตัวกรอง Sales Tax Report

  • ทำ: เปิดรายงาน Sales Tax Report (อยู่ในโมดูล Thai Tax) เลือก Filter Based On เป็น Fiscal Year (แล้วเลือก Year และ Month) หรือ Date Range (แล้วกรอก Start Date และ End Date) ถ้าต้องการเฉพาะภาษี 7% ให้เลือก Tax Percent เป็น 7% และเลือก Company Address ถ้าบริษัทมีหลายสาขา
  • มองหาในภาพ: แถวตัวกรองด้านบน และข้อความ Nothing to show เมื่อยังไม่เลือกช่วงเวลา
  • ตรวจให้ผ่านก่อนทำขั้นถัดไป: ผลลัพธ์มีคอลัมน์ Tax Address, Report Date, Date, Number, Customer, Tax ID, Tax Base, Tax Amount, Tax Percent, Ref Voucher Type และ Ref Voucher No ตรวจว่ารายการที่แสดงตรงกับ Sales Invoice ในเดือนนั้น

ขั้นที่ 2: Purchase Tax Report (รายงานภาษีซื้อ)

ภาพขั้นที่ 2: ตัวกรอง Purchase Tax Report

  • ทำ: เปิดรายงาน Purchase Tax Report เลือก Filter Based On, Year, Month หรือช่วงวันที่ และ Company Address
  • มองหาในภาพ: แถวตัวกรอง (รายงานนี้ไม่มีตัวกรอง Tax Percent)
  • ตรวจให้ผ่านก่อนทำขั้นถัดไป: ผลลัพธ์มีคอลัมน์ Tax Address, Report Date, Date, Number, Supplier, Tax ID, Branch, Supplier Address, Tax Base, Tax Amount, Ref Voucher Type, Ref Voucher No และ Ref Tax Invoice ตรวจว่ารายการตรงกับใบกำกับภาษีซื้อที่ได้รับและบันทึกเลขที่ใบกำกับภาษีครบ

ขั้นที่ 3: PND3 และ PND53 (ภาษีหัก ณ ที่จ่าย)

ภาพขั้นที่ 3: ตัวกรอง PND3

  • ทำ: เปิดรายงาน PND3 หรือ PND53 เลือก Year (ปีบัญชี) Month (เดือน) และ Company Address ตามผู้ยื่นภาษี รายงานทั้งสองใช้ตัวกรองชุดเดียวกัน
  • มองหาในภาพ: ช่อง Year, Month และ Company Address
  • ตรวจให้ผ่านก่อนทำขั้นถัดไป: ตอนที่ตรวจ รายงานทั้งสองยังไม่มีข้อมูลให้แสดง (Nothing to show) จึงยังไม่ได้ยืนยันหัวคอลัมน์ ให้ตรวจว่ามีการหักภาษี ณ ที่จ่ายในเอกสารที่ Submit แล้วในเดือนนั้นจริง

ขั้นที่ 4: ตรวจยอดภาษีกับบัญชีแยกประเภท

  • ทำ: นำยอดรวม Tax Amount ของ Sales Tax Report และ Purchase Tax Report ไปเทียบกับยอดบัญชีภาษีขายและภาษีซื้อในรายงาน General Ledger (ดูหน้า รายงานบัญชีหลัก) ภาษีขายของ Sales Order ใช้บัญชี 2143-01 ภาษีขาย และภาษีซื้อใช้บัญชี 1500-01 หรือ 1500-03 ตามหน้า Purchase Invoice ของภาษียังไม่ถึงกำหนดชำระ
  • มองหาในภาพ: ยอดรวมในรายงานภาษีและยอดบัญชีในรายงาน General Ledger ช่วงเดียวกัน
  • ตรวจให้ผ่านก่อนทำขั้นถัดไป: ยอดสองฝั่งตรงกัน ถ้าไม่ตรง ให้ตรวจเอกสารที่ไม่ได้กรอก Tax Invoice Number หรือภาษีที่พักไว้ในบัญชี 1500-03 ซึ่งยังไม่ย้ายเป็นภาษีซื้อ

ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

ได้รายการภาษีขายและภาษีซื้อของเดือนที่ต้องการ พร้อมเลขที่ใบกำกับภาษี ฐานภาษี และจำนวนภาษี ที่ตรงกับบัญชีแยกประเภท

ถ้าหน้าจอไม่ตรงกับภาพ

  • รายงานว่างเปล่า: ตรวจว่าเลือกช่วงเวลา (Year/Month หรือ Start/End Date) แล้ว และเอกสารในช่วงนั้น Submit แล้ว
  • ไม่เจอรายงานในรายการ: ค้นด้วยชื่อรายงานโดยตรง (เช่น Sales Tax Report) และตรวจสิทธิ์
  • อย่าเดาชื่อฟิลด์หรือแก้ข้อมูลเพื่อให้เหมือนตัวอย่าง: ให้ยึดข้อมูลจริงและสอบถามผู้รับผิดชอบ
Last updated on