Purchase Order: ใบสั่งซื้อ (เคส Credit)
เป้าหมาย
เปิด Purchase Order สำหรับการซื้อแบบเครดิต โดยยังไม่ต้องกำหนดการจ่ายเงินในขั้นตอนสั่งซื้อ
ก่อนเริ่ม
- เปิดด้วยสิทธิ์ที่สามารถเข้าถึงเอกสารต้นทางในขั้นที่ 1 ได้
- ใช้ชื่อคู่ค้า รายการสินค้า จำนวน คลัง และข้อมูลภาษีจากเอกสารจริงของงานนั้น ไม่ใช้ตัวเลขตัวอย่างในวิดีโอแทนข้อมูลจริง
- หากข้อมูลต้นทางหรือยอดไม่ตรงกับเอกสารจริง ให้หยุดตรวจสอบก่อนกด Save หรือ Submit
ทำตามวิดีโอทีละขั้น
ขั้นที่ 1
ทำ: ไปที่ Buying > Purchase Order และสร้าง Purchase Order ตามข้อมูลในวิดีโอ; ขั้นนี้ยังไม่ต้องกำหนดเครดิตหรือ Payment Term
มองหาในภาพ: ฟิลด์ Payment Terms Template และ Due Date ที่ระบบคำนวณ
ตรวจให้ผ่านก่อนทำขั้นถัดไป: คู่ค้า บัญชีรับ/จ่ายเงิน และยอดที่ผูกกับเอกสารต้องตรงกัน
ขั้นที่ 2
ทำ: เลือก Supplier แล้วกรอกวันที่เอกสารและ Required By
มองหาในภาพ: ฟิลด์ Required By และปฏิทินเลือกวัน
ตรวจให้ผ่านก่อนทำขั้นถัดไป: ชื่อคู่ค้าต้องตรงกับเอกสารต้นทาง
ขั้นที่ 3
ทำ: เพิ่ม Item Code และ Quantity ตามที่สั่งซื้อ (ตัวอย่างในวิดีโอเป็นเลนส์ 10 ชิ้น)
มองหาในภาพ: ตาราง Items และช่อง Quantity/Accepted Quantity
ตรวจให้ผ่านก่อนทำขั้นถัดไป: จำนวนต้องตรงกับสินค้าที่รับ ส่ง หรือคืนจริง
ขั้นที่ 4
ทำ: กรอก Rate แล้วตรวจยอดสินค้า; วิดีโอจบหลังตรวจยอด จึงไม่ควรเดา/กด Submit เพิ่มหากไม่มีขั้นตอนที่ได้รับอนุมัติ
มองหาในภาพ: ปุ่ม Save, Submit หรือ Update ที่มุมของเอกสาร
ตรวจให้ผ่านก่อนทำขั้นถัดไป: ได้ใบสั่งซื้อสำหรับขั้นตอนรับสินค้าและตั้งหนี้แบบเครดิต
จุดตรวจสอบก่อน Submit
- เลือก Supplier ให้ถูก เพราะจะเชื่อมกับเจ้าหนี้ภายหลัง
- เครดิตเทอมยังไม่ต้องกรอกใน Purchase Order
หมายเหตุจากวิดีโอ
คลิปสั้นนี้ไม่แสดงขั้น Submit หรือการตั้งเครดิตเทอม จึงไม่เพิ่มขั้นตอนที่ไม่มีในวิดีโอ.
ผลลัพธ์ที่คาดหวัง
ได้ใบสั่งซื้อสำหรับขั้นตอนรับสินค้าและตั้งหนี้แบบเครดิต
ข้อควรระวัง
Purchase Order เป็นการสั่งซื้อ ไม่ได้ก่อหนี้หรือบันทึกเครดิตเทอม
ถ้าหน้าจอไม่ตรงกับภาพ
- ตรวจว่าเปิดจากเอกสารต้นทางชนิดเดียวกับในขั้นตอน (เช่น PO, PR, Sales Invoice)
- ตรวจสถานะเอกสาร; บางปุ่มจะแสดงเฉพาะเมื่อเอกสารต้นทางอยู่สถานะที่ถูกต้อง
- อย่าเดาชื่อฟิลด์หรือเปลี่ยนยอดเพื่อให้เหมือนตัวอย่างในวิดีโอ ให้ยึดเอกสารจริงและสอบถามผู้รับผิดชอบก่อน Submit